2008/Apr/04

ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษพ่อแม่พี่น้องทุกท่านนะครับที่หายหน้าไปถึง 1 ปีเต็มๆ!!!

หลังจากที่ติดภารกิจ( กำลังเรียนเก็บเกรดอยู่ครับ ) และบวกกับกิจกรรมต่างๆมากมาย(วินนิ่ง,ดูการ์ตูน,นอนเกาพุง) ทำให้ไม่มีเวลามาอัพบล๊อคเลย

หลังจากได้รับการตอบรับดีมาก?? ซึ่งต่อจากนี้ไปผมจะเอาเรื่องน่ารู้ และ ไม่น่ารู้ต่างๆมาอัพต่อจากที่อัพไว้นะครับ

ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจนะครับ

2007/May/09

มาต่อแล้วนะครับ

หลังจากที่ได้แนะนำ Harrods ไปโดยคร่าวๆแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการแนะนำในส่นอื่นบ้างครับ ซึ่งก็คือ ภายนอก Harrods ครับ ซึ่งอังกฤษ ถือว่าขึ้นชื่อในเรื่องแหล่งช๊อปไฮโซนาๆ ไม่ใช่มีแค่เฉพาะ Harrods เท่านั้น บางสิ้นค้าที่ขายใน Harrods นั้น ส่วนมากจะมีร้านเป็นของตัวเองตามสถานที่ช๊อปทั้งหลายบางถนนนั้น อาจขายแต่เสื้อผ้าก็มีครับ (ที่ Covent Garden ท่านจะเจออย่างที่ผมบอกได้เยอะที่สุดครับ)

จากที่เห็นในภาพ ที่นี่คือ BURBERRY สาขา Knightbridge ครับ ซึ่งจะตั้งอยู่ตรงหัวโค้งถนน จะเห็นได้ว่า ที่ลอนดอนจะมีรถมากเป็นพิเศษเพราะเป็นแหล่งชุมนุมของทุกอย่างครับ (อาจพูดได้ว่าถ้าต้องการอะไรให้ไปลอนดอนก็เป็นได้ โดยการเดินทางส่วนมากผู้คนที่นี่จะเลือกใช้รถไฟใต้ดินครับ เนื่องจากรวดเร็วและสะดวก เพราะสถานที่ต่างๆที่ใต้ดินจอดนั้นมีจำนวนสถานีมากพอสมควร

การเดินข้ามถนนที่นี่จะมีปุ่มสัญญาณให้กดครับ ซึ่งต้องรอประมาณ 2 นาทีครับ (คาดว่าน่าจะเป็นเวลาตายตัว) แต่ถ้าเวลาไหนที่ถนนว่าง คนที่นี่เค้าจะวิ่งข้ามถนนครับ แม้ว่ามันจะเป็นถนน 4 แลนใหญ่ก็ตามที (อันนี้ผมไม่แนะนำครับ เพราะว่า คนที่ขับรถในลอนดอนนั้น เปรียบเสมือนนักซิ่งที่ผ่านสนามแข่งมานักต่อนัก ถ้าโชคร้ายอาจมีชนได้นะครับ ขอเตือน -__-"

รูปนี้ก็จะเป็นภาพคนเดินถนนที่นี่ครับ ซึ่งอย่างที่บอกว่าที่นี่เน้นเดินครับ ไม่ว่าคุณจะไปไหนในลอนดอนจะเจอคนเดินแน่นอนครับ

ลองมองไปที่ซ้ายล่างของรูปคุณจะเห็นตู้ ATM ใช่ไหมครับ จะบอกว่า ทุกท่านสามารถหาตู้ ATM ได้ง่ายกว่าห้องน้ำอีกครับ -__-" เพราะจะมีตู้ (ซึ่งต่ำระดับเอว เยอะแยะเต็มไปหมด) เพราะฉะนั้นผมแนะนำว่า ควรแวะเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยครับ ซึ่งสามารถหาได้ตามสถานีใต้ดินบางแห่ง ย้ำ บางแห่งนะครับ

*ห้องน้ำสาธารณะที่อังกฤษถือเป็นห้องประหารของคนบางคนได้เลยครับ เนื่องจากห้องน้ำมักจะคู่กับกลิ่น ฉะนั้นเตรียมใจไว้ได้เลยครับ ผมถึงกับต้องกลั่นหายใจเข้าไปทำธุระเลยทีเดียว -__-" พูดจริงนะครับ

รูปนี้คือภาพบรรยากาศแมคที่นี่ครับ (ไม่ได้โฆษณานะครับ เอ่อ รูปนี้เป็น แมค ของเมือง Wycomb นะครับ) ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีคนเยอะพอสมควรครับ โดยราคาของแมคต่อหนึ่งชิ้น เสนอเพียง 1.8 ปอนด์ เท่านั้นครับ

นี่คือโฉมหน้าของแมค 1.8 ปอนด์ ถ้าเทียบกับเมืองไทยก้อแค่ ชิ้นละ 130 กว่าๆเองครับ!!! โดยเมนูที่แมคขายนั้นบางที่จะไม่มีราคาบอกตามเมนูที่ติดข้างบนเค้าเตอร์เหมือนบ้านเราครับ ซึ่งยากแก่การคาดเดาว่า เรื่องราคา

ทริคเล็กๆครับ ระดับเงินของที่นี่แบ่งเป็นดังนี้ครับ เริ่มจาเพนนี่(หรือเรียก เพน) 1 2 5 10 20 50 ครับ ซึ่งเปรียบกับค่าเงินบ้านเราแล้ว ของเค้าคือเหรียญสลึงครับ!! ซึ่งมากเกินความจำเป็นครับ ทำให้ยากต่อการนับจำนวณและสังเกต ต่อมาคือเงินปอนด์ที่ทุกคนรู้จักกันครับ เริ่มจากเหรียญก่อนครับ 1 2 ครับ ซึ่งหนักพอสมควรครับ ส่วน 2 ปอนด์นั้นจะใหญ่กว่าเหรียญสิบบ้านเรานิดนึงครับ รูปทรงคล้ายๆกัน สุดท้ายก็จะเป็นแบงค์ครับ เริ่มด้วย 3 5 10 20 50 ปอนด์ครับ (อาจจะตกหล่นอะไรไปนะครับ นี่คือเท่าทีผมเห็นมาครับ) ซึ่งผมมีทริคเล็กเล็กๆซึ่งอาจจะรู้กันบ้างแล้วก็ขออภัยนะครับ คือ ให้เราพยายามรวมเศษเงินทั้งหมดให้เป็นจำนวนปอนด์ที่ลงตัวครับ จะสะดวกต่อการซื้อของ เพราะว่าราคาสินค้าที่ขายส่วนใหญ๋ที่นี่จะ 1 ปอนด์อัพ ครับ และถ้ามีเศษเหลือให้เราแยกให้ไว้เผื่อไปดูการแสดงต่างๆหรือกินข้าวที่ร้านอาหารจะได้ให้เป็นทิปครับ

*ที่นี่ให้ความสำคัญกับทิปมากครับ ถ้าไม่ให้อาจมีเคืองนะครับ แล้วการแสดงที่บอกให้เค้าเพราะว่ามันเป็นเหมือนทำเนียมครับ เราไม่ให้ก็ได้ แต่เค้ามาแสดงให้เราดู ไม่ใช่ขอทานครับ เพราะฉะนั้นก็แล้วแต่วิจารณยานของแต่ละคนครับ

นี่คือน้ำสนนราคา 1.2X ปอนด์เองครับ!!! เชื่อหรือไม่ว่า น้ำดื่มบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาวพับไว้ยังไม่โดน... เอ้ย โทษครับ หลุดซะได้ ^ ^" น้ำเปล่าที่นี่มีราคาแพงกว่าน้ำมันครับ จากผลสำรวจโดยสถาบันวิจัย Cookkie ได้เปรียบเทียบดังนี้ครับ

น้ำเปล่า 1 ปอนด์ขึ้น ครับ ถ้าจะหาน้ำเปล่าราคาถูกคงหายากมากครับ

น้ำมันจากที่ผมเห็นล่าสุดอยู่ที่ ลิตรละ 94 - 95 เพนครับ -__-" ซึ่งบ้านเราถ้าราคาอย่างนี้สามารถซื้อน้ำมันแล้วเอามาสาดเล่นกันได้เลยนะครับ -__-"

ทริคสำหรับน้ำ ก็ง่ายๆครับ ให้เราหาขวดน้ำที่มีฝาเปิดปิดสะดวก (เน้นไม่หกนะครับ ถ้าใส่นมมาเดี๋ยวจะ หก!!! 55 เพ้อเจ้อนะครับ อย่าใส่ใจ) แล้วใส่น้ำตามแต่ต้องการครับ ควรพกพาได้สะดวก เพราะน้ำประปาที่อังกฤษ เราสามารถดื่มได้ครับ แต่รู้สึกว่าจะมีแต่น้ำเย็นเท่านั้น (อันนี้ไม่ชัวร์ครับ) ที่ดื่มได้นะครับ เป็นการประหยัดในส่วนนึงครับ

จากที่อ่านมาจะเห็นได้ว่าราคาของอาหารนั้น( แมค เป็นต้นครับ) จะมีราคาที่สูงพอสมควร เพราะฉะนั้นผมจะอธิบายเรื่องค่าครองชีพเค้านะครับ

อัตราค่าแรงขั้นต่ำของที่นี่จะอยู่ที่ 4 -5 ปอนด์ต่อชั่วโมงครับ เมื่อเทียบกับเงินไทยแล้ว จะเห็นว่า ทำไมมันเยอะอย่างนี้ฟระ!!! (ขอโทษที่ไม่สุภาพครับ) แต่การจ่ายค่าจ้างจริงๆของที่นี่ส่วนมากจะอยู่ที่ชั่วโมงละ 2-3 ปอนด์เท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนึงที่ผมอยากจะบอกทุกๆท่านก็คือ ควรคิดก่อนที่จะลงมือครับ เพราะว่า ถ้าเรากะพลาดเรื่องเงิน มันอาจจะเกิดผลร้ายอย่างคาดไม่ถึงครับ (คุกไงครับ)

ก็วันนี้ก็ขอจบไว้ตรงนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากมีธุระครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ

P.S. ก็ขอให้ได้ความรู้จากเรื่องนี้นะครับ >_<

P.S.2 ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ

2007/May/07

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน หลังจากที่กลับสู่ประเทศไทยเมื่อวาน ก็ขอแนะนำลอนดอนต่อเลยนะขอรับ...

ก่อนอื่น ขอบอกก่อนว่า ที่ที่ผมอาศัยอยู่นั้นได้อยู่นอกตัวเมืองลอนดอนออกไป ชื่อว่า Wooburn green( คงมีไม่น้อยที่ไม่รู้จัก ผมก้อคนนึง -__-" ) แล้วการเดินทางของที่นี่ส่วนใหญ่จะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือจักรยานเป็นส่วนใหญ่ ( ใครไม่มีรถก็อ้วกกันได้เลยครับ ) สถานีที่ใกล้ที่สุดของผมคอ Beaconsfield ( ถูกเปล่าเนี่ย -__-") ซึ่งห่างจากลอนดอน 40 นาทีโดยประมาณ โดยก่อนอื่นเมื่อมาถึงที่สถานีแล้วเราต้องเข้าแถวซื้อตั๋วรถไฟ ซึ่ง

สภานีรถไฟประจำเมือง Beaconsfield ครับ

นี่คือตัวรถไฟครับ จะเห็นจากในรูปว่า รถไฟค่อนข้างที่จะทันสมัยบวกกับใหม่ซิงๆยังไงยังนั้นเลยใช่ไหมละครับ แต่อยากจะบอกว่า ที่ประเทศอังกฤษ การรถไฟของเค้าจะให้เอกชนมาประมูลไปทำครับ และไม่ต้องสงสัยถ้าบางครั้งคุณไปขึ้นรถไฟแล้วมันแปลกๆ หรือห่วยแตก? เพราะเค้ามีมาตราฐานคนละอย่างกันครับ (แต่ผมว่าส่วนมากจะเป็นของใหม่ บวกดีนะครับ เดี๋ยวจะอธิบายถึงรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอน -__-")

ราคาของตั๋วรถไฟนั้นต่อสถานีผมไม่รู้ครับ >_<" แต่ที่ผมใช้เดินทาง(และคิดว่ามันคุ้มสำหรับการเดินทางต่อนึงวัน เอาแบบลุยนะครับ) จะเหมือนกับที่บ้านเรา ที่นี่เรียกว่า travel card เป็นบัตรสีส้มสนนราคา 15 ปอนด์ ต่อ นึงใบ แต่ถ้าคุณมากับเพื่อนหรือคนอื่น สามารถที่จะซื้อในราคา 2 จ่ายหนึ่งได้ หรือจะเป็น มา 4 จ่าย 3 เหอๆ เพื่อนเยอะก็ลดเยอะว่างั้นครับ * 1 ปอนด์ = 70 บาท

ตั๋วนี้สามารถใช้ได้ทั้งรถรางและรถไฟใต้ดินทุกแห่งในกรุงลอนดอนนะครับ อย่าเพลอทิ้งเชียว ^ ^ พอมาถึงสถานี มาลาโบน (ลืมชื่อภาษาอังกฤษครับ ^ ^" ขอโทษด้วยนะครับ) ก้อจะเห็นภาพสถานีได้ดั่งรูปที่อยู่ข้างล่าง

พอเข้ามาที่สถานีนี้ก็จะเห็นป้ายบอกทางเยอะพอสมควรครับ ทำให้ไม่อยากต่อการเดินทางคนเดียวครับ (ผมนี่แหละ T-T) การเดินทางที่นี่แนะนำให้ไปขอ Tube map ที่เค้าเตอร์ขายตั๋วหรือที่เค้าแจกเอกสารฟรีนะครับ มันจะเป็นแผนที่รถไฟใต้ดินทั้งหมดในลอนดอน ( แนะนำว่าดีมากๆ ที่มีมันติดตัวไว้นะครับ หรืออีกนัยนึงว่า ต้องมี!!)

รถไฟที่นี่จะแบ่งเป็นสายๆครับ โดยแต่ละสายจะผ่านที่ต่างๆไม่ค่อยจะซ้ำกัน แต่ก็มีสถานีส่วนมากที่ทับผ่านกัน ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนสายครับ โดนเวลาที่ใช้ในแต่ละสถานีถึงสถานีนึง ใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีครับ ถือว่าเร็วมาก แต่ก็เป็นการเปลืองงบโดยใช่เหตุนะ -__-" โดยสายที่แนะนำให้ใช้สำหรับท่องเที่ยวคือ สาย Bakerloo กับ Picadally line ครับ เพราะทั้งสองสาย จะผ่านสถานที่ที่น่าสนใจ (และน่าจะไป)นะครับ ถ้าหา Tube map เจอจะเอามาให้ดูกันนะครับ

โดยสถานที่ที่จะแนะนำเป็นที่แรกและเป็นที่นิยมในการเดินช๊อปที่น่าจะดังที่สุดคือ Harrods ครับ >_< โดยการที่จะไป Harrods ได้นั้น เราต้องนั่งรถไฟได้ดินจากสถานี มาลาโบน โดยใช้เส้นทาง Southbound ( รถไฟใต้ดินที่นี่จะยุ่งยากมากที่สุกก็ตรงทางไปขึ้นรถครับ เพราะป้ายบางสถานีจะบอกได้งงมาก หรืออาจจะมีเกือบๆจะถึงทางออกสู่ชานชะลา -__-" เล่นเอาผมเดินเลยเปนกิโล) นั่งผ่าน Baker street, Regent Park, Oxford circus และ Picadally circus ครับ พอลงที่สถานีนี้ ให้เราเปลี่ยนมาใช้ Picadally line ครับ นั่งไป Westbound (ชื่อเหมือนกองหลังจอมเฟอะคนึงเลยแหะ >_<") ผ่านประมาณสองสถานี ( จำไม่ได้ค้าบบ) ก็จะถึงสถานี Knightbrigde ครับ เมื่อขึ้นมาจากสถานีรถไฟแล้ว เราก็จะเจอ Harrods เลย *ข้อสังเกตจะมีป้ายบอกตอนเราออกจากตัวรถไฟนะครับ

ถ้าจะเอ่ยถึงห้าง Harrods แล้ว อย่างนึงที่คุ้นเสียง? มากที่สุด ก็เห็นจะเป็น กระเป๋า Harrods ของคุณผู้หญิงทั้งหลายครับ โดยห้างนี้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า H นะครับ) จะรวมเอาของแบรนด์เนมที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อตราห่านคู่ เฮ้ย ไม่ใช่ครับ แหะๆ ของที่ขายที่นี่ล้วนแต่เป็นของมีระดับครับ *แนะนำว่า ให่ใส่เสื้อหนาวที่สามารถถอดออกสะดวกนะครับ เพราะอากาศในนี้ร้อนได้ที่เลยครับ เหอ ๆ โดย H จะมีชั้นอยู่ประมาณ6 - 7 ชั้น ถ้าจำไม่พลาดนะครับ

นี่ก็เป็นรูปทางเดินหน้า H นะครับ ซึ่งจะเห็น Taxi จอดเรียงรายมากมาย โดยTaxi ที่มีสีนั้น จะไม่ใช่ของทางคนอังกฤษนะครับ คนอังกฤษจะขับแต่สีดำสนิทเท่านั้น * ระวังคนมาขอเงินให้ดีนะครับ น่ากลัวได้ใจ ตอนนั้นผมหยิบกล้องออกมาถ่ายรูป มาเลยครับ ผู้หญิงเดินมาข้างๆ พร้อมกับเขย่าไหล่ผมขอเงินครับ ผมก็บอกว่า ไม่มี แล้วก็เดินนี้ กะว่าจะสลัดให้หลุด ผมเลยหันไปมองในกระจก โอ้ววแม้เจ้า!! เดินตามครับ สุดยอดจริงๆ กว่าจะหนีได้ ผมเกือบเดินไปสุดถนน -__-" ไกลมากครับ

ซึ่งใน H นั้นเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเจอคนไทยในหน้าท่องเที่ยวได้มากที่สุดเป็นอันดับสองครับ ใน H มีสินค้าขายมากมาย แต่ที่ H พิเศษสุด ก็ตรงที่มีสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเองครับ เรียกว่า Harrods areas มั้งนะ ?

นี่เป็นรูปที่ยังเหลือรอดครับ ( เนื่องด้วยความประมาททำให้รูปได้หายไป 50 ใบ!! อย่างสลดจิต ครับ ) สินค้าที่ขายในนี้จะแบ่งเป็นสองโซนครับ อย่างแรกก็จะขายตุ๊กตา เสื้อยิดพิมลาย กระเป๋า H ที่คุณผู้หญิงนิยมกันจิง พวกขนมขบเคี้ยว ปากกา บรา บรา บรา เยอะมากครับ ราคาสินค้าส่วนใหญ่ในนี้จะอยู่ที่ 7 ปอนด์อัพ ครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะซื้ออะไรก็คำนวณด้วยนะครับ โดยกระเป๋า H จะมีราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่ลายของกระเป๋าอาจจะมีน้อยนะครับ ก็ต้องดูกันไปครับตามแต่ชอบ * สำหรับคนที่ยังไม่รู้หรือรู้แล้วนะครับ ถ้าเราต้องดารที่จะซื้อของใน H โดยเซฟเงินในกระเป๋ามากที่สุดมีสองวิธีครับ วิธีแรกนี้ ผมค้นพบด้วยตนเอง ( ท่านอื่นอาจจะรู้ก่อนผม ก็ขอโทษนะครับ ) คือ ถ้าต้องการซื้อกระเป๋า รวมถึงอื่นๆ ให้เรามา H ในวันที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลครับ? มันมีผลยังไงเหรอ เหตุผลคือ ทาง H จะขายราคาเดิมในช่วง เทศกาลครับ ไม่มีลด ไม่มีเพิ่ม แต่เมื่อเทศกาลผ่านไป ( ยกตัวอย่างเทศกาลอีสเตอร์ ) ทาง H ก็จะลดราคาสิ้นค้าจากป้าย 25% เลยทีเดียว... กรี๊ดดดด ถึงตอนนี้ขอบอกว่า ตำใจครับ ทำไมทำยังนี้กับผ้มม!!! ซึ่งจะสามารถช่วยให้เงินในกระเป๋าเหลือเยอะขึ้นครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนขายถึงขายกระเป๋าในราคาที่ลดกระจายอย่างคุ้มทุนครับ และอีกวิธีนึง ให้เราเก็บเงินไว้ซื้อในสนามบินครับ เนื่องจากของในสนามบินจะมีการลดราคาครับ แต่บางชนิดอาจจะไม่เท่ากับ ที่ H ลดก็ตาม ( ทุกชิ้นเป็นของแท้นะครับ ขายโดย H สาขาสนามบิน )

ห้องน้ำใน H จะมีอยู่ที่ชั้น 2 ขึ้นไปครับ โดยจะหายากพอสมควร โดยจะยกตัวอย่างความโง่ของกระผมครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมท้องเสียครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรมานมากครับ เหอๆ โดยผมได้หาป้ายทางไปห้องน้ำจากบนฝาพนังครับ แต่ปรากฏว่า...ไม่มีครับ!! นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมเลยเดินไปถามเค้าเตอร์ขายของครับ เค้าบอกว่า ให้ผมเดินไปทางแผนกเครื่องปั้น แล้วเลี่ยวขวา จะเจอครับ ผมก็ขอบคุณเค้า แล้วเดินตามทางที่เค้าให้มา เจออะไรเหรอครับ เจอกำแพง!!! -__- ผมต้องเดินไปขอแผนที่จากรีเซปชั่นครับ เกือบตาย ห้องน้ำที่นี่ถ้าใครปวกหนักแนะนำให้ลองพลักประตูดูก่อนนะครับ เพราะผมยืนคอยรอเข้าครับ มีผู้ชายมาก่อนผม 2 คนยืนรอ ผมยืนรอประมาณ สิบนาที มีเด็กวิ่งเข้ามาพร้อมกับพลักประตูแล้วเข้าไปเลยครับ .... อึ้งกันหมด เหอๆ -__-" ทำกันไปได้

P.S. ไว้จะมาต่อนะครับ

P.S.2 รูปก็พยายามคัดมาเน้นๆนะครับ ถ้าต้องการมากกว่านี้ก็แนะนำได้นะครับ >_<"

P.S.3 ขอขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยครับ


edit @ 2007/05/07 18:00:45